แนวทางการรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของริดสีดวงและระยะที่เป็น

ระยะที่ 1, 2 ระยะนี้มีอาการไม่มาก แค่ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน หรือมีติ่งเนื้อที่รูทวาร

- ให้รับประทานยาบรรเทาริดสีดวงทวาร ขวดสีเขียว เพื่อช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง บรรเทาอาการแผลภายใน ช่วยในการทำงานของลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ให้ถ่ายอุจจาระง่ายขึ้น (ไม่ใช่ยาถ่าย) เพื่อลดแรงเบ่งที่เป็นสาเหตุให้เส้นเลือดโป่งพอง
- ใช้ยาผงทา ขวดสีส้ม เพื่อบรรเทาอาการคันและปวดบริเวณทวาร ช่วยสมานแผลที่เกิดบริเวณเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดหรือบริเวณเนื้อเยื่อที่อักเสบ

ระยะที่ 3, 4 มีหัวริดสีดวงออกมานอกรูทวาร และต้องใช้นิ้วมือช่วยดุนเนื้อกลับเข้าไปในรูทวารหลังถ่ายเสร็จ

- ระยะนี้การใช้ยารับประทานขวดสีเขียว ยาทาขวดสีส้ม จะช่วยบรรเทาอาการปวด ลดอาการอักเสบของแผลและชะลอไม่ให้หัวริดสีดวงมีขนาดโตขึ้นเท่านั้น
- การรักษาเพื่อหวังให้หัวริดสีดวงหลุดออกมา จะใช้ยาสมุนไพรอีกขนานหนึ่งซึ่งส่วนประกอบมาจากสมุนไพรทั้งหมด โดยต้องให้หมอเป็นผู้ทาให้เพราะต้องแยกระหว่างหัวริดสีดวงและหูรูดที่บวม

     โดยการรักษาจะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้ามีการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น รับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้ท้องผูก
งดดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลมเพราะมีคาเฟอีนซึ่งทำให้ท้องผูกได้ งดดื่มสุรา

ขั้นตอนการรักษาเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออกมาด้วยยาสมุนไพร เป็นการรักษาโดยกรรมวิธีแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์การรักษากว่า 70 ปี

  1. พบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการว่าเป็นริดสีดวงระยะไหน
  2. เริ่มทำการรักษาโดยใช้ยาสมุนไพรทาบริเวณหัวริดสีดวง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 10 – 14 วัน หัว ริดสีดวงก็จะหลุดจากขั้ว
  3. บริเวณหูรูดที่หัวริดสีดวงหลุดไปแล้วจะค่อยๆยุบบวมและกลับมาเป็นปกติ ใช้เวลาอีกประมาณ 5-7 วัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่ 034-311628, 01-2938621, 01-5965856

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา

  1. อาการปวดบริเวณหัวริดสีดวงอาจมีอาการได้ 3-4 วันแรกที่ทายา จากเส้นเลือดเริ่มหดตัว
  2. เลือดออกบริเวณหัวริดสีดวงที่มีเส้นเลือดโป่งพอง ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษาสามารถสมานแผลและห้ามเลือดได้
  3. การติดเชื้ออักเสบซึ่งพบได้น้อยมากๆ และอาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเพิ่ม

 

Email : tookata31@yahoo.com