เปรียบเทียบการรักษาแผนปัจจุบันกับการรักษาแผนไทย

 
แผนไทย
แผนปัจจุบัน
วิธีการ
- ยารับประทาน
- ใช้หนังยางรัด
  - ยาทา - เลเซอร์หรือการผ่าตัด
ระยะเวลา - 10-14 วัน - ต้องนอนโรงพยาบาล มีอาการปวดแผลหลัง ผ่าตัด 2-3 สัปดาห์
ภาวะแทรกซ้อน - อาจะมีอาการปวด 3-4 วันแรก - มีภาวะเสี่ยงจากการให้ยาระงับความรู้สึกทาง ไขสันหลัง เลือดออกบริเวณผ่าตัด ควบคุมการกลั้นอุจจาระไม่ได้ หรือได้ไม่เต็มที่
ข้อจำกัด - แพทย์เป็นผู้ทายา - แพทย์ผู้รักษาต้องมีความเชี่ยวชาญเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
   

แนวทางการรักษา การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของริดสีดวงและระยะที่เป็น

ระยะที่ 1, 2 ระยะนี้มีอาการไม่มาก แค่ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน หรือมีติ่งเนื้อที่รูทวาร
- ให้รับประทานยาบรรเทาริดสีดวงทวาร ขวดสีเขียว เพื่อช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง บรรเทาอาการแผลภายใน ช่วยในการทำงานของลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ให้ถ่ายอุจจาระง่ายขึ้น (ไม่ใช่ยาถ่าย) เพื่อลดแรงเบ่งที่เป็นสาเหตุให้เส้นเลือดโป่งพอง
- ใช้ยาผงทา ขวดสีส้ม เพื่อบรรเทาอาการคันและปวดบริเวณทวาร ช่วยสมานแผลที่เกิดบริเวณเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดหรือบริเวณเนื้อเยื่อที่อักเสบ

ระยะที่ 3, 4 มีหัวริดสีดวงออกมานอกรูทวาร และต้องใช้นิ้วมือช่วยดุนเนื้อกลับเข้าไปในรูทวารหลังถ่ายเสร็จ
- ระยะนี้การใช้ยารับประทานขวดสีเขียว ยาทาขวดสีส้ม จะช่วยบรรเทาอาการปวด ลดอาการอักเสบของแผลและชะลอไม่ให้หัวริดสีดวงมีขนาดโตขึ้นเท่านั้น
- การรักษาเพื่อหวังให้หัวริดสีดวงหลุดออกมา จะใช้ยาสมุนไพรอีกขนานหนึ่งซึ่งส่วนประกอบมาจากสมุนไพรทั้งหมด โดยต้องให้หมอเป็นผู้ทาให้เพราะต้องแยกระหว่างหัวริดสีดวงและหูรูดที่บวม

     โดยการรักษาจะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้ามีการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น รับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้ท้องผูก งดดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลมเพราะมีคาเฟอีนซึ่งทำให้ท้องผูกได้ งดดื่มสุรา

Email : tookata31@yahoo.com